เรื่องน่ารู้ก่อนไปจีน
ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงปักกิ่ง 

ที่ตั้ง จีนตั้งอยู่บนทวีปเอเชียตะวันออก มีเนื้อที่ 9.6 ล้าน ตร.กม. 

ประชากร 1.25 พันล้านคน โดยเป็นเชื้อชานฮั่นร้อยละ 94 

เมืองหลวง กรุงปักกิ่ง หรือเป่ยจิง มีประชากร 13 ล้านคน 

ภาษา จีนกลาง (Putonghua) เป็นภาษาราชการ และยังมีภาษาท้องถิ่นใช้กันอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ 

ศาสนา ที่สำคัญ ได้แก่ ลัทธิขงจื้อ พุทธ เต๋า อิสลาม คริสต์ และลามะทิเบต 

สกุลเงิน หยวนเหรินเหมินบี้ 10 เฟิน = 1 เจียว หรือเหมา 
10 เจียว = 1 หยวน (1 หยวน = 4.5 บาท โดยประมาณ)
การเข้าเมือง
ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ต้องขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่จีน ในประเภทที่ถูกต้อง 
ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ เดินทางเข้าจีนได้ไม่เกิน 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า 
ผู้เดินทางเข้าจีนโดยผิดกฎหมาย จะถูกปรับตั้งแต่ 1,000 - 10,000 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 - 10 วัน และถูกส่งตัวกลับ 
ผู้ที่พำนักอยู่ในจีนโดยผิดกฎหมายจะถูกปรับวันละ 500 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 - 10 วัน 
การขอต่ออายุวีซ่าในปักกิ่งทำได้ ณ Public Security Bureau เลขที่ 2 ถนนอัน ติง เหมือน ตง ต้า เจีย เขตตุงเฉิง ปักกิ่ง โทร.(8610) 840-15292 
ผู้ที่ทำงานในจีนโดยมิได้รับอนุญาต จะถูกปรับ และถูกส่งตัวกลับ และผู้ว่าจ้างงานก็จะถูกปรับเช่นกัน 
ผู้ปลอมแปลงวีซ่าจีน จะถูกปรับตั้งแต่ 1,000 - 10,000 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 - 10 วัน และถูกส่งกลับ ผู้ที่เดินทางผ่านจีนไปประเทศที่สาม ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า หากรอเปลี่ยนเครื่องบินไม่เกิน 24 ช.ม.

ระเบียบการศุลกากร
ผู้ที่เดินทางถึงกรุงปักกิ่งต้องกรอกแบบคนเข้าเมือง แบบศุลกากรและแบบสุขภาพอนามัย เมื่อเดินทางออกต่างประเทศต้อง จ่ายค่าภาษีสนามบิน 90 หยวน (ภายในประเทศ 50 หยวน) 
จีนอนุญาตให้นำบุหรี่เข้าประเทศได้ 400 มวน สุรา 1 ลิตร เงินตราสกุลอื่นหากมีมากเกินกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดง 
ผักและผลไม้ทุกชนิด หากไม่มีเอกสารรับรองจากกรมวิชาการเกษตรไทยจะถูกห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด 
ห้ามนำของเก่าอายุเกินกว่า 100 ปี งานศิลปะ ทองคำ ออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต 
ห้ามนำเข้า - ออกยาเสพติดทุกชนิด สิ่งพิมพ์ สื่อลามกอนาจาร และอาวุธสงคราม 
การลักลอบขนยาเสพติด มีโทษถึงขั้นประหาร

เวลาและอากาศ
ทั่วทั้งจีนใช้เวลาปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชม. 
อากาศในปักกิ่งมีความแตกต่างกันมากในแต่ละฤดูกาล 
ในช่วง มีนาคม - พฤษภาคม ปักกิ่งมักประสบปัญหาพายุทรายทำให้เกิดความสกปรก และเป็นปัญหาต่อการสัญจร
การเดินทาง
รถแท็กซี่ เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ค่าโดยสาร 4 กม.แรก 10 หยวน และกม.ต่อไปราคาจะเพิ่มขึ้นตามที่แจ้งบน
สติกเกอร์ ที่กระจกด้านข้าง กลางคืนเริ่มที่ 11 หยวนนั่งไม่เกิน 4 คน/คัน 
รถไฟใต้ดิน บริการตั้งแต่ 05.30 - 23.00 น. ราคา 3 หยวน 
รถประจำทาง จำเป็นต้องรู้ภาษาจีนจึงจะนั่งรถประจำทางได้ ส่วนราคาจะแตกต่างกันไป แต่ต่ำสุด 2 หยวน 
คนต่างชาติจะขับรถได้ต่อเมื่อมีใบอนุญาตขับขี่ของจีนเท่านั้น 
การเดินทางจากกรุงปักกิ่งไปเมืองต่าง ๆ ในจีน สามารถเดินทางโดยทางอากาศ และทางรถไฟ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศและภายในประเทศอยู่ในอาคารเดียวกัน ห่างจากเมืองประมาณ 25 กม. ส่วนสถานีรถไฟใหญ่ ๆ มี 4 แห่ง คือ สถานีรถไฟปักกิ่ง สถานีรถไฟสายตะวันตก ตะวันออก และสายใต้ ทั้งนี้ ในการเดินทางแต่ละครั้งต้องตรวจสอบทุกครั้งว่าต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีใด

ข้อพึงระวังสำหรับนักท่องเที่ยว
บริเวณหน้าที่พักในปักกิ่งมักมีบริการแท็กซี่ และรถถีบสามล้อ แต่ราคารถสามล้อให้ตกลงกันก่อนว่าจะจ่ายเงิน ตามระยะทางหรือรายหัว 
ควรสำเนาหนังสือเดินทาง วีซ่าและบัตรโดยสารเครื่องบิน เก็บให้ปลอดภัยเสมอ 
ระหว่างซื้อของให้ระวังล้วง / กรีด กระเป๋า การทอนธนบัตรปลอม 
สามารถต่อรองราคาสินค้าได้ ยกเว้นที่ศูนย์การค้าหรือร้านของทางการ 
โทรศัพท์ทางไกล ตามโรงแรมสากลมีราคาแพงมากการใช้บัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (IP Card) จะสะดวกกว่า 
ติดต่อกลับประเทศไทยให้กด 00 66 ตามด้วยรหัสเมืองและหมายเลขโทรศัพท์ ระบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ให้กด 10866 ใช้ได้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะทุกแห่ง 
ให้ระวังการเดินเที่ยวยามราตรีตามลำพังซึ่งอาจมีสตรีชาวจีนมาพูดคุย ชวนดื่มของมึนเมา และเรียกเก็บเงินจำนวนมาก ในภายหลัง หญิงบริการในจีนเป็นสิ่งผิดกฎหมายทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ และโรงแรมที่พัก 
ในขณะขับรถให้ระวังการโบกรถจากคนแปลกหน้า 
จีนใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ แต่ปลั๊กจะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ 
กรณีที่หนังสือเดินทางหาย ให้แจ้งตำรวจและนำเอกสารแจ้งความมายื่นต่อสถานเอกอัครราชทูต 
กรณีประสบปัญหาอื่น ๆ หรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ

ข้อพึงระวังสำหรับผู้ไปทำงาน
เมื่อเดินทางถึงจีน โปรดแสดงให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ทราบ 
ศึกษาสัญญาจ้างงานให้รอบคอบ 
ต้องมีสัญญาการว่าจ้างงานจากนายจ้างและใบอนุญาตการทำงานต้องต่ออายุ Working Permit และ Resident Permit ทุก 6 เดือน ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 5 - 45 ขึ้นกับจำนวนรายได้ 
การเจรจาธุรกิจ ขอให้ระมัดระวังเรื่องสิทธิประโยชน์ ศึกษาประวัติผู้ร่วมทุนให้รอบคอบ 
การลงนามสัญญาใด ๆ ให้ระบุว่าหากเกิดกรณีพิพาทต้องมีหน่วยงานจีนเข้ามาดำเนินการเรื่องข้อพิพาทด้วยการลงนาม สัญญาต้องได้รับการประทับตรารับรอง Notary Public จากหน่วยงานจีน

ข้อพึงระวังสำหรับนักเรียน/นักศึกษา
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อ คนไทยศึกษาอยู่จำนวนมากคือ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยชิงหวา มหาวิทยาลัยภาษาและ วัฒนธรรม และมหาวิทยาลัยจิงเม่า 
ควรทราบชื่อมหาวิทยาลัย และที่พักเป็นภาษาจีน 
ผู้ที่สมัครศึกษาผ่านนายหน้า ให้ศึกษาว่าราคาที่ตกลงกันครอบคลุมเรื่องใดบ้าง 
นักศึกษาระยะยาวต้องจ่ายเงินค่าเล่าเรียนในครั้งแรก 2 เทอมการศึกษาและค่าที่พักเป็นเวลาครึ่งปี 
สามารถโอนเงินจากธนาคารต้นทางทั้งในสกุลดอลลาร์สหรัฐและหยวนได้ ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน บัตร ATM ของธนาคารไทยที่มีระบบ Plus สามารถกดเงินสดจาก ATM ของ Bank of China ในปักกิ่งได้ 
วีซ่านักเรียน และ Resident Permit ต้องได้รับการต่ออายุตามระยะเวลาที่กำหนด

ข้อแนะนำด้านวัฒนธรรม
คนจีนจะไม่ทักทายคนแปลกหน้าก่อนไม่ว่าจะเป็นการแสดงรอยยิ้มหรือกล่าวสวัสดี เป็นภาษาจีนว่า "หนีห่าว" 
หัวข้อสนทนาที่คนจีนชื่นชอบ ได้แก่ ศิลปะ ชีวิตประจำวัน การงาน การศึกษา และเรื่องยาเพื่อสุขภาพ ไม่มีหัวข้อการเมืองภายในจีนโดยไม่จำเป็น 
สีที่คนจีนชื่นชอบ คือ สีแดง หมายถึง ความโชคดี สีชมพูและสีเหลือง หมายถึง ความสุข ความรุ่งเรือง
  
หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศจีน
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง
เลขที่ 40 ถนนกวง หัว ลู ปักกิ่ง 100600
โทรศัพท์ (8610) 6532-1748
โทรสาร (8610) 6532-1749
E-mail : 
thaibej@public.bta.net.cn  
 
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2575 1046-51โทรสาร 0 2575 1052
 

ข้อมูลเบื้องต้น
 : นครกวางโจว 
ที่ตั้ง มณฑลกวางตุ้งเป็นมณฑลที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของจีน ตั้งอยู่ใกล้ฮ่องกงและมาเก๊า 

การปกครอง แบ่งออกเป็น 21 เมือง 

ประชากร ประมาณ 83 ล้านคน 98% เป็นชาวฮั่น 

พื้นที่ 62% เป็นภูเขา 

เมืองหลวง เมืองหลวงของมณฑลกวางตุ้ง คือ นครกวางโจว ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำจูเจียง และอยู่ห่างจากฮ่องกงเพียง 150 กม. จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของจีน และได้รับการขนานนามว่าเป็น "South Gate of China" 

ภูมิอากาศ ภูมิอากาศของมณฑลกวางตุ้ง และจีนตอนใต้มี 4 ฤดู คือ 
  ธ.ค. - ก.พ. ฤดูหนาว 
  มี.ค. - พ.ค. ฤดูใบไม้ผลิ 
  มิ.ย. - ส.ค. ฤดูร้อน 
  ก.ย. - พ.ย. ฤดูใบไม้ร่วง 
  อุณหภูมิตลอดทั้งปีอยู่ระหว่าง 10-32 องศาเซลเซียส และฝนตกชุกในช่วง ก.พ. - เม.ย.
การเข้าเมือง
การเดินทางเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรืออยู่เกินกำหนดวีซ่า มีโทษปรับวันละ 500 หยวน สูงสุด 5,000 หยวน หรือทั้งจำทั้งปรับซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางการ 
การขอตรวจลงตราที่สนามบิน (Visa on Arrival) สามารถกระทำได้เช่นกัน แต่ยังไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร 
การท่องราตรี ควรมีผู้นำที่มีความรู้พอ เพราะอาจเกิดปัญหาการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสูง และการถูกข่มขู่ทำร้าย
การเที่ยวโสเภณีเป็นเรื่องผิดกฎหมายและถูกจับกุมได้ 
หมายเลขโทรศัพท์สำหรับกรณีฉุกเฉิน 
110 เรียกตำรวจ 
120 เรียกรถพยาบาล 
119 เรียกรถดับเพลิง 
114 ถามเบอร์โทรศัพท์สถานที่ต่าง ๆ 
การใช้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศโดยเก็บเงินปลายทางในประเทศไทย จะประหยัดกว่าการโทรศัพท์โดยปกติ โดยกดหมายเลข 10866 จากนั้นพนักงานองค์การโทรศัพท์ไทยจะต่อสายให้ 
กรณีหนังสือเดินทางหาย คนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากหรือเสียชีวิตในมณฑลกวางตุ้ง กวางสี ไหหนาน และฟูเจี้ยน ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครกวางโจว 
การเดินทางเข้าจีนในฐานะนักท่องเที่ยวไม่สามารถทำงานในประเทศจีนได้ 
หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะท่องเที่ยวในจีนต่อ และวีซ่าใกล้หมดอายุ จะต้องติดต่อหน่วยงาน Public Security Department, Exit-Entry Foreigner Division, Guangzhou, Guangdong Province
โทรศัพท์ (020) 8311 - 9087, 8311 - 5898
โทรสาร (020) 8338 - 3740, 8311 - 9108
การจับจ่ายซื้อของ
ค่าครองชีพในกวางโจวสูงเทียบเท่ากับกรุงเทพฯ หรืออาจสูงกว่าเล็กน้อย สินค้าโดยทั่วไป เช่น เสื้อผ้า ผลไม้ของจีน อาหาร เครื่องเขียน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนจะมีราคาถูกกว่าในเมืองไทย ยกเว้นสินค้าฟุ่มเฟือย และมียี่ห้อ เช่น เครื่องสำอาง เครื่องประดับ จะมีราคาแพงกว่าเมืองไทย 
สินค้าที่นิยมซื้อเป็นของฝาก ได้แก่ ผลไม้ตามฤดูกาล (โดยเฉพาะลิ้นจี่) เห็ดหอม ยาสมุนไพรจีน เสื้อผ้า รองเท้า 
การเลือกซื้อของมีค่า เช่น หยก ทองคำ และของเก่ามีราคา ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่ไว้ใจได้ โดยอาจจะสอบถามจากโรงแรมที่พัก หรือบริษัททัวร์ที่ได้รับรองจากรัฐบาลจีน 
สินค้าซื้อแล้วส่วนใหญ่จะไม่รับคืน 
การจับจ่ายซื้อของสดโดยเฉพาะผักและผลไม้ในตลาด ควรล้างทำความสะอาดและแช่ด่างทับทิมทุกครั้ง

ระบบเงินตรา
นักท่องเที่ยวสามารถนำเงินสดสกุลใด ๆ เข้า-ออกจีนได้ โดยมีมูลค่าไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเงินหยวนไม่เกิน 6,000 หยวน หากนำเข้าหรือออกเกินจำนวนดังกล่าว จะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรของจีน 
การโอนเงินเข้าจีน สามารถทำได้โดยเสรีไม่จำกัดจำนวน โดยทั่วไปการโอนเงินออก ทางการจีนจะควบคุมไม่ให้โอนเงินออกเกินกว่าจำนวนที่โอนเงินเข้า สำหรับในกรณีที่โอนเงินออกจำนวนสูงกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (บุคคลธรรมดา) 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (นิติบุคคล) ผู้โอนจะต้องแสดงแหล่งที่มาของเงินให้เจ้าหน้าที่จีนทราบ หรือขออนุญาตจาก State Administration of Foreign Exchange ก่อน 
 
 
สกุลเงิน จีนใช้เงินสกุล "หยวน" หรือ "เหรินมินบี้-RMB" 
อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 10 เหมา หรือ 100 เฟิน 
 1 หยวน ประมาณ 5.20 บาท
ระเบียบศุลกากร
ทางการจีนไม่อนุญาตให้นำวัตถุโบราณที่ปราศจากเอกสารรับรอง และงานศิลปะที่ถูกระบุต้องห้ามออกนอกประเทศ หากจะนำออกต้องขออนุญาต Fine Arts Department ก่อน 
จีนห้ามการนำเข้า - ออกยาเสพติดทุกประเภท ฝ่าฝืนมีโทษประหารชีวิต หนังสือ สิ่งพิมพ์และสื่อลามกอนาจารในรูป VCD DVD อาวุธสงคราม อาหารสด ผักและผลไม้ทุกชนิด

ข้อแนะนำและข้อพึงระวังสำหรับผู้ที่จะไปทำงาน
การเดินทางมาทำงานในจีนจะต้องขอรับการตรวจลงตรา Employment Visa จากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลจีน 
นายจ้างจะต้องออกใบรับรองการว่าจ้างลูกจ้าง เพื่อนำไปยื่นต่อกระทรวงแรงงาน ขอรับ Working Permit ภายใน 15 วัน หลังจากเดินทางมาถึง และขอรับ Residence Permit จากหน่วยงาน Public Security Department ภายใน 30 วัน หลังจากเดินทางมาถึง 
ผู้ทำงานในมณฑลกวางตุ้งจะต้องต่ออายุ Working Permit และ Residence Permit ทุกปี โดยเสียค่าธรรมเนียม 1,800 หยวน ต่อปี (หรือ 150 หยวนต่อเดือน) อายุสัญญาจ้างงานแต่ละครั้งจะมีอายุไม่เกิน 5 ปี 
บุคคลที่ทำงานในจีนจะต้องเสียภาษีเงินได้ (income tax) ในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 5-45% ของรายได้ทั้งหมด 
พึงระวังการถูกล่อลวงมาทำงานในจีน ควรติดต่อปรึกษากับกรมการจัดหางานของไทยก่อน (โทร. 1694 หรือ 1695) และควรขอดูบัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของนายหน้าจัดหางาน เพื่อใช้อ้างอิงได้ในกรณีถูกหลอก

ข้อแนะนำและพึงระวังสำหรับผู้ที่จะเดินทาง
ผู้สูงอายุ พึงระมัดระวังการเดินทางท่องเที่ยว เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทาง นั่งรถ และนั่งเรือ เป็นเวลานาน และบางสถานที่มีอากาศเบาบาง ผู้สูงอายุจะเหนื่อยอ่อนง่าย 
ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรจะทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตในระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยว หากเจ็บป่วยระหว่างการเดินทางจะได้รับการดูแลอย่างดีและทันท่วงที ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก หรือหากเสียชีวิตก็ได้รับเงินค่าทำศพ ซึ่งผู้เดินทางจะต้องสอบถามรายละเอียดการประกันชีวิตประเภทนี้กับบริษัทประกันภัยในประเทศไทยก่อนออกเดินทาง 
กรณีเสียชีวิต ญาติจะต้องติดต่อสถานกงสุลใหญ่เพื่อออกใบมรณบัตร โดยนำหลักฐานเกี่ยวกับการเสียชีวิตจากหน่วยงานจีน เช่น โรงพยาบาล และหนังสือเดินทางของผู้ตายไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ญาติผู้เสียชีวิตเป็นผู้จัดการศพ โดยติดต่อหน่วยงานจัดการศพของเมือง ค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ หากญาติประสงค์จะเผาและนำอัฐิกลับประเทศไทยจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 7,000 หยวน แต่หากประสงค์จะนำศพกลับประเทศไทย แต่ละมณฑลในอาณาเขตที่สถานกงสุลใหญ่ดูแล มีอัตราค่าใช้จ่ายที่ไม่เท่ากัน โดยหน่วยงานจัดการศพจะติดป้ายชี้แจงรายละเอียดของค่าใช้จ่ายไว้โดยละเอียด อัตราค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 50,000-100,000 หยวน หรือในบางพื้นที่อาจมีอัตราที่สูงขึ้น เนื่องจากต้องใช้พาหนะในการขนส่งหลายต่อ และใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-5 วัน 
กรณีหนังสือเดินทางหาย แจ้งความกับตำรวจท้องถิ่นและนำใบแจ้งความไปที่กองตรวจคนเข้าเมืองที่ทำหนังสือหายเพื่อจะได้ออกใบแจ้งความอีก 1 ใบ และนำมาให้สถานกงสุลใหญ่ออกหนังสือสำคัญประจำตัว (Certificate of Identity-CI) หลังจากนั้นต้องนำ CI และใบแจ้งความที่ ตม.ออกให้ไปทำวีซ่าขาออก (Exit Visa) เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย 
ช่วงเทศกาลงานแสดงสินค้า ระวังถูกล้วงกระเป๋า กรรโชกทรัพย์ วิ่งราว ดังนั้น ไม่ควรพกเงินสด หรือเอกสารการเดินทางไปในที่ชุมชน และควรหลีกเลี่ยงสถานที่ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
 
  
หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศจีน
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว
(Royal Thai Consulate-General)
M 07 2nd Floor,GardenHotel, 368 Huanshi Dong Lu, Guangzhou
โทรศัพท์ (86-20) 8384-9937,8380-4277
โทรสาร (86-20) 8388-9567,8388-9959
E-mail: 
gzthaich@163.com

gzthaicg@public.guangzhou.gol.cn 
 
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2575 1046 โทรสาร 0 2575 1052 
   

 

ข้อมูลเบื้องต้น : นครคุนหมิง
ระบบเงินตรา
คุนหมิงใช้เงินสกุลเหริน หมิน ปี้ (Ren Min Bi) หรือ โดยทั่วไปเรียกว่าไขว้ หรือหยวน 1 หยวนเท่ากับ 10 เหมา หรือ 100 เฟิน อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวนเท่ากับ 5.00 บาท หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 8.2 หยวน(2548) 
นักท่องเที่ยวสามารถนำเงินสดสกุลใด ๆ เข้า-ออกจีนได้ ไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเงินหยวนไม่เกิน 6,000 หยวน หากพบว่ามีการนำเงินเข้า-ออกมากกว่าจำนวนที่ระบุ และมิได้แจ้งเจ้าหน้าที่ เงินส่วนเกินอาจถูกอายัดได้ 
การโอนเงินเข้าจีน สามารถกระทำได้โดยเสรีไม่จำกัดจำนวน 
สำหรับการโอนเงินออกนอกจีน หากมีจำนวนสูงกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (บุคคลธรรมดา) 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (นิติบุคคล) จะต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน หรือขออนุญาตจาก State Administration of Foreign Exchange ก่อน 
ขณะนี้ ธนบัตรเหรินหมินปี้ปลอมระบาด กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในจีนจึงพึงระวังหากแลกเงินอย่างผิดกฎหมายตามท้องถนน 
 
ศุลกากร
คนไทยที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ควรขอรับการตรวจลงตราก่อนที่จะเดินทางเข้าจีนที่สถานเอกอัครราชฑูตจีนประจำประเทศไทย สถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ หรือที่จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่) การตรวจลงตราแบบนักท่องเที่ยวเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ใช้เวลาดำเนินการ 3 วันทำการ สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางราชการและฑูตได้รับการยกเว้นตรวจลงตราโดยสามารถอยู่ในจีนได้ไม่เกิน 30 วัน 
การขอรับตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on arrival) 
ที่สนามบินคุนหมิงยังไม่สะดวก มีกระบวนการขั้นตอนยุ่งยาก และต้องดำเนินการล่วงหน้า ประมาณ 4-5 วัน ก่อนเดินทาง 
ที่ด่านสากลบ่อหาร เขตการปกครองตนเองสิบสองปันนาสามารถขอรับการตรวจลงตราได้ตามปกติ 
จีนห้ามการนำเข้า - ออกยาเสพติด สิ่งพิมพ์และสื่อลามกอนาจาร อาวุธสงคราม ผักผลไม้ 
นักท่องเที่ยวสามารถนำเครื่องประดับทองคำติดตัวออกนอกจีนได้ 
จีนไม่อนุญาตให้นำวัตถุโบราณที่ปราศจากเอกสารรับรอง และงานศิลปะที่ถูกระบุต้องห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่ขออนุญาตจาก Fine Arts Department ก่อน 
การนำกล้องถ่ายทำภาพยนต์เข้าจีนจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐบาลกลางจีนที่ปักกิ่งก่อน 
การลักลอบนำเข้า-ออกยาเสพติดมีโทษหนักถึงประหารชีวิต

ข้อพึงระวังสำหรับนักท่องเที่ยว
ผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวที่คุนหมิง เนื่องจาก     คุนหมิงมีที่ตั้งสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,900 เมตร (เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในมณฑลยูนนาน เช่น ลี่เจี่ยง 2,500 เมตร และจงเตี้ยน 3,300 เมตร) อาจส่งผลให้ร่างกายต้องปรับสภาพเป็นพิเศษเนื่องจากปริมาณออกซิเจนในอากาศเบาบาง 
น้ำดื่ม ควรดื่มน้ำที่จำหน่ายเป็นขวดปิดฝาสนิท ซึ่งหาซื้อสะดวก ไม่ควรดื่มน้ำจากก๊อกประปา 
การเดินทางเข้าจีน หรือพำนักในจีนโดยผิดกฎหมาย อาทิ การตรวจลงตราหมดอายุ มีโทษปรับวันละ 500 หยวน 
ควรสำเนาหนังสือเดินทาง รวมทั้งหน้าที่ได้รับการตรวจลงตรา บัตรโดยสารเครื่องบิน เพื่ออ้างอิงหากเกิดกรณีสูญหาย 
กรณีหนังสือเดินทางสูญหาย ต้องแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่หนังสือเดินทางสูญหาย แล้วนำเอกสารแจ้งความยื่นต่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง เพื่อดำเนินการทำเอกสารแทนหนังสือเดินทางหรือ Certificate of Identification-CI โดยกรอกแบบฟอร์มขอทำหนังสือเดินทาง 2 ชุด และแนบรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 3 ใบ แล้วจึงนำใบ CI ไปยื่นที่ชั้น 14 Administration Division of Aliens & Enter-Exit of Kunming ,Public Security Bureau หมายเลขโทรศัพท์ (0871) 301-7590 ตั้งอยู่ที่ 525 ถนนเป๋ยจิง เพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทยโดยใช้เอกสาร CI ต่อไป 
หากวีซ่าใกล้หมดอายุ ให้ติดต่อที่ Public Security Bureau หมายเลขโทรศัพท์ (0871) 571-7030 ตั้งอยู่ที่ จิน ซิน ฮั้ว หยวน หากพำนักเกินอายุวีซ่า จะต้องเสียค่าปรับวันละ 500 หยวน หรือไม่เกิน 5,000 หยวน การต่ออายุวีซ่าต้องแนบรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 1 ใบ และชำระค่าธรรมเนียม 160 หยวน 
พึงระวังกระเป๋าเงินและของมีค่าระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวและซื้อสินค้า 
พึงระวังการล้วงกระเป๋า หรือกระชากสร้อย ขโมยของมีค่าตามสถานที่มีผู้คนมาก เช่น ตามห้างสรรพสินค้า ตลาดสด สถานีรถไฟ สถานีรถประจำทาง เป็นต้น 
โทรศัพท์ฉุกเฉิน 
110 เรียกตำรวจ 
120 เรียกรถพยาบาล 
119 เรียกรถดับเพลิง 
จีนไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทำงานในจีน 
พึงระมัดระวังในการท่องราตรี บางสถานที่อาจเรียกเก็บเงินหลายร้อยหยวน โดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าจากการที่มีสุภาพสตรีชาวจีนมานั่งคุยด้วยทั้งที่ได้รับเชิญและไม่ได้รับเชิญ 
ข้อมูลที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวในนครคุนหมิง และมณฑลยูนนาน สามารถติดต่อกับสำนักงานการท่องเที่ยว
มณฑลยูนนาน โทร.(86-871) 354-3560,354-5832 โทรสาร(86-871) 351-7048 หรือWebsite:http://www.chinats.com/kunming/index.htm และ http://visit-mekong.com 
หรือผู้ที่ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ หากจะเดินทางเข้าจีนไม่เกิน 30 วัน จะได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา 
การขอวีซ่าที่สนามบินในจีนสามารถกระทำได้แต่ยังไม่ได้รับความสะดวก และเจ้าหน้าที่จีนบางส่วน ยังไม่ทราบถึงระเบียบนี้ 
การใช้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศเก็บเงินปลายทางในประเทศไทย จะประหยัดกว่าการใช้โทรศัพท์ปกติ โดยกดหมายเลข 10866 จากนั้นพนักงานองค์การโทรศัพท์ไทยจะต่อสายให้ 
กรณีหนังสือเดินทางหาย หรือมีผู้เสียชีวิต สามารถขอรับการช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ได้ 
ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในนครคุนหมิง และมณฑลยูนนาน สามารถติดต่อกับสำนักงานการท่องเที่ยวมณฑลยูนนาน โทร (86-871) 354-3560,354-5832  โทรสาร (86-871) 351-7048 หรือ Website:http//www.chainats.com/kunming/index.htm และ 
http://visit-mekong.com


ข้อพึงระวังสำหรับผู้ที่จะไปทำงานในจีนและนักลงทุน
ศึกษาสัญญาจ้างงานให้ละเอียด 
ต้องขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) และเมื่อเดินทางถึงจะต้องแจ้งให้Public Security Bureau ของมณฑลยูนนานทราบทันที 
นายจ้างต้องออกใบรับรองการว่าจ้าง และยื่นต่อPublic Security Bureau เพื่อขอรับใบอนุญาตทำงานหรือ Working Permit และ ใบอนุญาตพำนักอยู่ในจีน หรือResidence Permit ให้ลูกจ้าง 
ต้องต่ออายุ Working Permit และ Residence Permit ทุก 6 เดือน โดยเสียค่าบริการร้อยละ 3 ของรายได้ ทั้งนี้ลูกจ้างควรตกลงกับนายจ้างว่าผู้ใดจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้ 
ผู้ทำงานในจีนจะต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 5 - 45 ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินรายได้ 
เมื่อเดินทางถึงนครคุนหมิง ควรแจ้งให้สถานกงสุลใหญ่ ณ นคร    คุนหมิงทราบ 
พึงระวังการถูกล่อลวงไปค้าประเวณี ซึ่งผู้ล่อลวงจะต้องถูกระวางโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี และถูกปรับ 10,000 หยวน ส่วนสตรีที่สมัครใจทำงานลักษณะดังกล่าว จะต้องโทษจำคุก 6 เดือนถึง 2 ปี หากพบว่าติดโรคทางเพศสัมพันธ์ จะถูกจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับอีกไม่เกิน 5,000 หยวน 
เมื่อเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ต้องแจ้ง Public Security Bureau และสถานีตำรวจของที่อยู่เดิมและใหม่ทุกครั้ง
นักลงทุน
ศึกษากฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน และกฎหมายบริษัทร่วมทุน อย่างไรก็ดี กฎหมายจีนมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยและยังไม่มีการปฏิบัติหรือตีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน 
ต้องมีความรอบคอบในการตัดสินใจเลือกผู้ร่วมลงทุน แม้ว่าการใช้ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล จะยังเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ควรตระหนักถึงระเบียบ และกฎหมายจีน

การจับจ่าย
ร้านค้าส่วนใหญ่ จะรับเงินสดสกุลหยวนเท่านั้น สำหรับโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป อาจรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ในบางครั้ง 
ยังมีร้านจำนวนน้อยที่รับการชำระเงินโดยบัตรเครดิต 
สามารถแลก Traveler's Cheques ได้ตามธนาคารและโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป 
การซื้อสินค้า สามารถต่อรองราคาได้ยกเว้นที่ศูนย์การค้าหรือร้านที่เป็นกิจการของทางราชการ 
การซื้อสินค้าริมทางอาจได้สินค้าปลอม และน้ำหนักไม่ถึงที่ตกลงกันไว้ 
สินค้าที่ซื้อแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่มีการรับคืน 
ผู้ขายของส่วนใหญ่จะขอเงินพอดีกับราคาสินค้า โดยเฉพาะเศษสตางค์ (เหมาหรือเฟิน) 
การซื้อผลไม้จำนวนมาก ควรทำการเลือกผลไม้ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันเล่ห์กลของพ่อค้าที่มักเลือกผลไม้ที่เน่าเสียให้

วัฒนธรรม
ชาวจีนมักทักทายกันโดยการจับมือ และกล่าวคำสวัสดีว่า "หนีห่าว" การเรียกชื่อให้เรียกนามสกุล(แซ่)ก่อนแล้วตามด้วยคำว่า "เซียนเซิง" สำหรับผู้ชายถ้าทราบตำแหน่งก็อาจเรียกนามสกุล + ตำแหน่ง จะเป็นการเหมาะสมที่สุด สำหรับผู้หญิงที่อายุน้อย เช่น พนักงานเสิร์ฟหรือพนักงานโรงแรมอาจเรียก "เสียวเจี่ย"หรือ "เสี่ยวเม่ย" ควรเลี่ยงคำว่า"ถงจื้อ" ซึ่งแปลว่า "สหาย" ซึ่งล้าสมัย และผู้ถูกเรียกไม่ชอบ 
การแต่งกายเมื่อไปชมสถานที่โบราณ หรือมีความสำคัญทางศาสนา เช่น วัด ควรสำรวม เช่นเดียวกับในไทย ควรระมัดระวังข้อกำหนดเกี่ยวกับการห้ามถ่ายภาพในบางสถานที่ 
การพูดคุยนับญาติกับจีนโดยระบุว่าสมัยโบราณชนเผ่าไทยเคยอยู่ทางตอนใต้ของจีน และถูกรุกรานจนถอยร่นลงมาอยู่ใน แหลมสุวรรณภูมิปัจจุบัน อาจสร้างความสับสนและไม่สร้างความรู้สึกร่วมกับคู่สนทนา 
คนจีนโดยทั่วไปจะรับ "มุข" dirty joke ไม่ค่อยได้

การรับประทานอาหาร
ในการดื่มสุรา ไม่ควรดื่มโดยไม่ชักชวนผู้อื่นให้ดื่มร่วมกัน เจ้าภาพมักจะดื่มเพื่อเป็นเกียรติแก่แขก โดยพูดคำว่า "กันเปย" ซึ่งหมายถึง ชนแก้ว หรือดื่มให้หมดแก้ว 
การสั่งอาหารเลี้ยงชาวจีนควรสั่งให้อาหารเหลือบ้าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เจ้าภาพมีฐานะดี และให้เกียรติแก่แขก 
ตอนท้ายของมื้อ มักจะมีการเสิร์ฟข้าวหรือก๋วยเตี๋ยวเป็นการแสดงความถ่อมตนของเจ้าภาพว่า อาจจะเลี้ยงแขกได้ไม่เต็มอิ่มจึงต้องสั่งข้าวมา 
แขกและเจ้าภาพสามารถตักอาหารให้กันและกันได้โดยใช้ตะเกียบ หรือช้อนกลาง หากไม่มีควรใช้ตะเกียบ หรือช้อนของผู้ที่เราต้องการตักอาหารให้ตักอาหารแทน 
ปกติงานเลี้ยงอาหารกลางวัน มักจะเสร็จสิ้นภายในเวลา 1 ชั่วโมง สำหรับอาหารเย็นประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง 
รายการอาหารส่วนใหญ่จะพิมพ์เป็นภาษาจีน 
การรับประทานอาหารตามร้านต่างๆ ส่วนใหญ่จะใช้ตะเกียบเป็นอุปกรณ์ 
ช้อนส้อม มีดจะมีให้ในโรงแรมหรือร้านอาหารขนาดใหญ่เท่านั้น 
ร้านอาหารจีนทั่วไปจะไม่มีน้ำปลา พริกสด และน้ำแข็งบริการและเบียร์มักไม่แช่เย็น 
ร้านอาหารบางแห่งอาจมีระเบียบไม่ให้พนักงานรับทิป และบางร้านได้รวมค่าบริการไว้กับค่าอาหารแล้ว 
ในคุนหมิง มีร้านอาหารและร้านก๋วยเตี๋ยว ทั่วไปก๋วยเตี๋ยวที่เป็นเส้นกลมสีขาว ทำจากแป้งข้าวเจ้า เรียกว่า "หมี่เซี่ยน" ส่วนบะหมี่เรียก "เมี่ยนเถียว" 
ในคุนหมิง มีร้านอาหารไทยระดับได้มาตรฐาน 2 ร้าน คือ ร้านบ้านไทย ที่โรงแรม Sakura ชั้น 18 หมายเลขโทรศัพท์ 313-5489 และร้านอาหาร Blue Bird ที่ถนนตงเฟิงชี หมายเลขโทรศัพท์ 361-0478 และร้านไทยสว่าง (อาหารทะเลเยาวราช) ที่ถนนหูกั่ว     หมายเลขโทรศัพท์ 311-6319

การท่องราตรี
พึงระมัดระวัง บางสถานที่อาจเรียกเก็บเงินหลายร้อยหยวน โดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าจากการที่มีสุขภาพสตรีชาวจีน มานั่งคุยด้วยทั้งที่ได้รับเชิญและไม่ได
Back to Top