เทศกาลเช็งเม้ง
เทศกาลเช็งเม้ง
 
ชิงหมิงเจี๋ย  อักษรจีนตัวเต็ม: 清明節,  อักษรจีนตัวย่อ:清明节 หรือ เช็งเม้ง (ตามสำเนียงแต้จิ๋ว) "เช็ง" หมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ และ "เม้ง" หมายถึง สว่าง รวมแล้วหมายความถึง ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รื่นรมย์
เช็งเม้ง หรือ เชงเม้ง ในประเทศจีน เริ่มต้นประมาณ 5 - 20 เมษายน เป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะคลายความหนาวเย็น เริ่มเข้าสู่ความอบอุ่น มีฝนตกปรอย ๆ มีบรรยากาศสดชื่น ท้องฟ้าใสสว่าง (เป็นที่มาของชื่อ เช็งเม้ง)
สำหรับในประเทศไทยเทศกาลเช็งเม้ง ถือวันที่ 5 เมษายนของทุกปีเป็นหลัก แล้วนับวันก่อนถึง 3 วัน และเลยไปอีก 3 วัน รวมเป็น 7 วัน (2 - 8 เมษายน) แต่ในปัจจุบันเนื่องจากมีปัญหาการจราจรคับคั่ง เลยขยายช่วงเวลาเทศกาลให้เร็วขึ้นอีก 3 สัปดาห์ (ประมาณ 15 มีนาคม - 8 เมษายน) แต่ในภาคใต้บางพื้นที่ เช่น จังหวัดตรังจะจัดเร็วกว่าที่อื่น 1 วัน ประมาณวันที่ 4 เมษายนของทุกปี
ประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน คือ ไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน (ฮวงซุ้ย) เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อ ที่เน้นเรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ
 
 
ตำนานการเกิดเช็งเม้ง
 
ในยุคชุนชิว องค์ชายฉงเอ่อแห่งแคว้นจิ้นหนีภัยออกนอกแคว้น ไปมีชีวิตตกระกำลำบากนอกเมือง โดยมีเจี้ยจื่อทุยติดตามไปดูแลรับใช้
เจี้ยจื่อทุยมีจิตใจเมตตาถึงขนาดเชือดเนื้อที่ขาของตนเป็นอาหารให้องค์ชายเสวยเพื่อประทังชีวิต ภายหลังเมื่อองค์ชายฉงเอ่อเสด็จกลับเข้าแคว้นและได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองแคว้น นามจิ้นเหวินกง และได้สถาปนาตอบแทนขุนนางทุกคนที่เคยให้ความช่วยเหลือตน แต่ลืมเจี้ยจื่อทุยไป นานวันเข้าจึงมีคนเตือนถึงบุญคุณเจี้ยจื่อทุย จิ้นเหวินกงเพิ่งนึกขึ้นไป จึงต้องการตอบแทนบุญคุณเจี้ยจื่อทุย โดยจัดหาบ้านให้เขาและมารดาให้เข้ามาอยู่อย่างสุขสบายในเมือง แต่ทว่าเจี้ยจื่อทุยปฏิเสธ
จิ้นเหวินกงได้คิดแผนเผาภูเขา โดยหวังว่าเจี้ยจื่อทุยจะพามารดาออกมาจากบ้าน แต่ผลสุดท้ายกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด สองแม่ลูกกลับต้องเสียชีวิตในกองเพลิง ดังนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงเจี้ยจื่อทุย จิ้นเหวินกงจึงมีคำสั่งให้วันนี้ของทุกปี ห้ามไม่ให้มีการก่อไฟ และให้รับประทานแต่อาหารสด ๆ และเย็น ๆ จนกลายเป็นที่มาของเทศกาลวันกินอาหารเย็น หรือ เทศกาลหันสือเจี๋ย(寒食节)ซึ่งเป็นวันสุกดิบก่อนวันเช็งเม้ง 1 วัน
เนื่องจากคนโบราณนิยมถือปฏิบัติกิจกรรมตามประเพณีวันหันสือเจี๋ยต่อเนื่องไปจนถึงวันเช็งเม้ง นานวันเข้าเทศกาลทั้งสองก็รวมเป็นวันเช็งเม้งวันเดียว การไหว้เจี้ยจื่อทุยจึงค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นการไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษแทน
 
ประเพณีการทำความสะอาดฮวงซุ้ย
 
เริ่มมาจากการที่พระเจ้าฮั่นเกาจู ปราบดาภิเษกและสถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้นแล้ว เกิดระลึกถึงบุญคุณบิดา มารดาที่เสียชีวิตไปแล้วที่บ้านเกิด จึงเร่งรัดกลับบ้านเกิด แต่ทว่าป้ายชื่อของฮวงซุ้ยแต่ละที่เลือนลางเต็มทน จากสงคราม พระเจ้าฮั่นเกาจูจึงอธิฐานต่อสวรรค์ด้วยการโปรยกระดาษสีขึ้นบนฟ้าแล้วให้ลมพัดปลิวไป ถ้ากระดาษตกที่ฮวงซุ้ยไหน ถือว่าเป็นฮวงซุ้ยของบิดา มารดาพระองค์ และเมื่อดูป้ายชื่อชัด ๆ แล้วก็พบว่าเป็นฮวงซุ้ยของบิดา มารดาพระองค์จริง ประเพณีการทำความสะอาดฮวงซุ้ยและโปรยกระดาษสีบนหลุ่มศพก็เริ่มมาจากตรงนี้เอง
 
ประโยชน์ของการไป ไหว้บรรพบุรุษ เทศกาลเชงเม้ง
 
1. เพื่อรำลึกถึงคุณความดีที่บรรพบุรุษของเราได้กระทำไว้ได้ดูแลเราลำบากเพื่อเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดี เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิต "เราสบาย เพราะพ่อแม่ บรรพบุรุษลำบาก"
2. เป็นศูนย์รวมตระกูล ผังตระกูลโดยทั่วไปการไหว้ที่ดีที่สุด ต้องนัดหมายไปไหว้พร้อมกัน ( วันและเวลาเดียวกัน )ทำให้ลูกหลานที่อยู่กระจายกันไป ได้มาพบปะสังสรรค์กันพร้อมหน้าเป็นการสร้างความสามัคคี สร้างจุดศูนย์รวม กล่าวได้ว่าเป็นวันรวมญาติ
3. เป็นกรอบถนนชีวิตของลูกหลานทุกคนพ่อแม่ตายแล้วยังกำหนดชะตาชีวิตลูกหลาน"เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตเน้นความกตัญญูที่มีต่อบุพการีและลูกหลานควรปฏิบัติตาม
4.  เป็นการเตือนสติตนความตายต้องเกิดขึ้นกับทุกคนและเป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน
 
ประเพณีปฏิบัติในวัน เช็งเม้ง
 
1.    การทำความสะอาด สุสาน ( เซ้าหมอ )
              - ลงสีที่ป้ายชื่อให้ดูใหม่ - คนตายแล้วลงสีเขียว หรือสีทองขลิบเขียว คนเป็นลงสีแดง (ห้ามถอนหญ้า - อาจกระทบตำแหน่งห้าม เช่น ทิศอสูร ทิศแตกสลาย ทิศดาวเบญจภูติ)
              - บ้างก็ตกแต่งด้วย กระดาษม้วนสายรุ้ง  (สุสานคนเป็น - แซกี -ใช้สายรุ้งสีแดง :: สุสานคนตาย - ฮกกี – ใช้หลากสีได้)  ห้ามปักธง ลงบนหลังเต่าเท่ากับทิ่มแทงหลุมและบางความเชื่อ ทำให้หลังคาบ้านของบรรพบุรุษรั่ว
2.            กราบไหว้ เจ้าที่ เป็นการให้เกียรติและขอบคุณที่ช่วยคุ้มครองดูแล
การจัดวางของไหว้ ( เรียงลำดับจากป้าย )
1. เทียน 1 คู่ + ธูป 5 ดอก ( อาจปักลงบนฟักได้ ) 
2. ชา 5 ถ้วย 
3. เหล้า 5 ถ้วย 
4. ของไหว้ต่าง ๆ เช่น ขนมอี๋ ผลไม้
*** ควรงดเนื้อหมู - เพราะเคยมีปรากฎว่าเจ้าที่เป็นอิสลาม *** 
5. กระดาษเงิน กระดาษทอง
กราบไหว้ ระลึกถึงพระคุณ ของพ่อแม่บรรพบุรษ 
      ตั้งเครื่องบูชาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของท่าน
การจัดวางของไหว้ ( เรียงลำดับจากป้าย - จะต่างกับข้างต้น )
1. ชา 3 ถ้วย 
2. เหล้า 3 ถ้วย 
3. ของไหว้ต่าง ๆ เช่น ขนมอี๋ ผลไม้
* ของไหว้ตามความเชื่อประเพณีของแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็น ขนมถ้วยฟู - ฮวกก้วย *
5. กระดาษเงิน กระดาษทอง ฯลฯ 
6. เทียน 1 คู่ + ธูป ตามจำนวนบรรพบุรุษ ท่านละ 1 ดอก 
หมายเหตุ
*** ห้ามวางของตรงแท่นหน้า เจียะปี ( ป้ายหินที่จารึกชื่อ บรรพบุรุษ )เพราะเป็นที่เข้าออกของ วิญญาณบรรพบุรุษไม่ใช่เก้าอี้นั่ง อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด***
 
พิธีเช็งเม้ง
 
        ผู้อาวุโส เป็นผู้นำกราบไหว้จนเทียนใกล้หมดก้าน
        ลูกหลาน ตีวงล้อมด้วยหวายเผา กระดาษเงิน กระดาษทอง ฯลฯเป็นการกำหนดขอบเขตว่า สิ่งเหล่านี้ลูกหลานส่งให้บรรพบุรุษของครอบครัว นั้น ๆ เป็นการเฉพาะป้องกันการแย่งชิง ( ผู้ตีวงล้อมต้องเป็นลูกหลานเท่านั้น )   ***เป็นอันเสร็จพิธี***
        บางครอบครัวก็จะมานั่งล้อมวงทานอาหารกันต่อ เพื่อเป็นการแสดงความสมานสามัคคีแก่ บรรพบุรุษ
 
ความเชื่อและข้อเท็จจริงตาม หลักฮวงจุ้ย
 
1. เมื่อทานหอยแครงเสร็จ จะโยนเปลือกหอยแครง ลงบนเนินหลังเต่า (เนินดินด้านหลัง ป้ายสุสานบรรพบุรุษ ) ความหมายคือ มีลูกหลานมากประเด็นนี้ ไม่ขัดกับหลักวิชา
2. ทุกครั้งที่มาไหว้ จะขุดเอาดินมากลบบนหลังเต่า โดยเชื่อว่า จะทำให้การค้าเพิ่มพูน
            ข้อเท็จจริง : จะทำก็ต่อเมื่อ หลังเต่ามีรูแหว่งไป จึงซ่อมแซม และต้องดูฤกษ์โดยเฉพาะการขุดดิน ถือเป็นการกระทบธรณี
3. ปลูกดอกไม้ รอบๆ สุสานบรรพบุรุษ
            ข้อเท็จจริง : ห้ามปลูกดอกไม้ รอบๆ สุสานบรรพบุรุษ มีความหมายด้าน ชู้สาว แต่ปลูกหญ้าได้
4. หากต้องการซ่อมแซม สุสานบรรพบุรุษ ทำได้เฉพาะ สารทเช็งเม้ง เท่านั้น
            ข้อเท็จจริง : ไม่จำเป็นต้องเป็น เทศกาลเช็งเม้ง ขึ้นอยู่กับฤกษ์ หากทำในสารทนี้โดยไม่ดูฤกษ์ กลับจะเกิดโทษภัยจาก อสูร
5. จุดประทัด เพื่อกำจัดผีร้ายให้พ้นไป
            ข้อเท็จจริง : ตามหลักวิชา การจุดประทัด เป็นการกระตุ้น หากตำแหน่งถูกต้อง ก็จะได้ลาภ หากผิดตำแหน่ง จะเกิดปัญหา ( ผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจเรื่อง ดาว 9 ยุค และฤกษ์ เป็นอย่างดี )
6. บางครอบครัวต้องการประหยัด จัดอาหารไหว้เพียง 1 ชุด ไหว้หลายแห่ง 
         ข้อเท็จจริง : ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง บรรพบุรุษ ชุดแรกสุดเท่านั้นที่ได้รับ
7. บางคนเชื่อว่า จะไม่เผากระดาษทองให้กับ บรรพบุรุษ นอกจากตายมานานแล้ว ถือว่าได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นเทพ
         ข้อเท็จจริง : ตามประเพณีโดยทั่วไปไม่มี
8. การไว้ทุกข์พ่อแม่ ต้องนาน 3 ปี
         ข้อเท็จจริง : ประเพณีบางท้องถิ่น กำหนดเช่นนั้นจริง โดยเน้นเรื่องความกตัญญูเป็นหลัก
9. การไป ไหว้บรรพบรุษ ครั้งแรก ต้องดูฤกษ์ 
            ข้อเท็จจริง : เป็นเรื่องถูกต้องตามหลักวิชา ฮวงจุ้ย โดยปกติแล้ว ซินแส จะเป็นผู้กำหนดฤกษ์ให้ หากทิศด้านหลัง สุสาน เป็นทิศห้าม ทิศอสูร ทิศแตกสลาย *** ต้องใช้ฤกษ์ปลอดภัยเท่านั้น *** และไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นช่วง เช็งเม้ง เท่านั้น ปีต่อ ๆ ไป ไม่ต้องมีการ ดูฤกษ์ อีก

       10. หลักทิศทางการฝังศพ
             ก่อนที่จะทำพิธีฝังศพ ลูกหลานของผู้ตายจะมีการดูดวงของผู้ตายก่อนว่า ผู้ตายเกิดปีใดและมีข้อห้ามในการหันป้ายหินจารึกไปทางด้านใด เพราะถ้ามีการเลือกทำเลฮวงซุ้ยดีก็จะทำให้ลูกหลานเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน




                คนที่เกิดปีชวด    ป้ายหินจารึกชื่อ   ห้ามหันไปทางด้านทิศเหนือ  
                คนที่เกิดปีฉลู     ป้ายหินจารึกชื่อ  ห้ามหันไปทางด้านทิศตะวันตก
                คนที่เกิดปีขาล     ป้ายหินจารึกชื่อ   ห้ามหันไปทางด้านทิศใต้          
                คนที่เกิดปีเถาะ     ป้ายหินจารึกชื่อ  ห้ามหันไปทางด้านทิศตะวันออก
                คนที่เกิดปีมะโรง   ป้ายหินจารึกชื่อ  ห้ามหันไปทางด้านทิศเหนือ
             คนที่เกิดปีมะเส็ง   ป้ายหินจารึกชื่อ  ห้ามหันไปทางด้านทิศตะวันตก
             คนที่เกิดปีมะเมีย   ป้ายหินจารึกชื่อ   ห้ามหันไปทางด้านทิศใต้
               คนที่เกิดปีมะแม    ป้ายหินจารึกชื่อ ห้ามหันไปทางด้านทิศตะวันออก
               คนที่เกิดปีวอก     ป้ายหินจารึกชื่อ ห้ามหันไปทางด้านทิศเหนือ
               คนที่เกิดปีระกา     ป้ายหินจารึกชื่อ ห้ามหันไปทางด้านทิศตะวันตก
             คนที่เกิดปีจอ ป้ายหินจารึกชื่อ ห้ามหันไปทางด้านทิศใต้
              คนที่เกิดปีกุล ป้ายหินจารึกชื่อ ห้ามหันไปทางด้านทิศตะวันออก

Back to Top